ฝรั่งเศส ประกาศใช้มาตราฐานใหม่ในการจัดอันดับการให้บริการของโรงแรม 18,000 แห่งทั่วประเทศ หวังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ...
สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในฝรั่งเศส ประกาศใช้มาตรฐานใหม่ในการจัดอันดับคุณภาพการให้บริการและเครื่องอำนวยความสะดวกของโรงแรมกว่า 18,000 แห่งทั่วประเทศ เมื่อ 28 ธ.ค. โดยปรับปรุงเกณฑ์การจัดอันดับโรงแรม 1-5 ดาวให้ทันสมัยขึ้น หลังใช้มาตั้งแต่ปี 2529 ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าการจัดอันดับแบบใหม่จะช่วยกระตุ้นยอดผู้เข้าพักให้เพิ่มขึ้น และช่วยให้เกิดการลงทุนทางเศรษฐกิจกว่า 10,000 ล้านยูโร สำหรับการปรับปรุงคุณภาพโรงแรมในปีหน้า
มาตรฐานใหม่ระบุคร่าวๆว่า โรงแรม 1 ดาวต้องมีพื้นที่ห้องพักแขกไม่ต่ำกว่า 9 ตร.ม. ส่วนโรงแรมมาตรฐาน 2 ดาว ต้องมีห้องพักขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่มาตรฐาน 3 ดาว ต้องมีบริการอินเตอร์เน็ต ในห้องพัก รวมถึงห้องน้ำในตัวพร้อมอ่างอาบน้ำ และมาตรฐานโรงแรม 4 ดาว ต้องเพิ่มให้มีโทรทัศน์ภายใน ห้องพักที่สามารถรับช่องสัญญาณจากต่างประเทศได้ ท้ายสุดคือโรงแรมมาตรฐาน 5 ดาว ต้องมีห้องพักขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน 4 ดาว รวมถึงบริการและเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่โรงแรมระดับ 1-4 ดาวมี.
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ก้อย' เครียดข่าวพา 'หลวง' เข้าโรงแรม เมินพูดถึง 'เจนี่'
ก้อย-รัชวิน รับเครียด ข่าวพา หลวง-พสุ เข้าโรงแรมดังย่านเพลินจิต รับเคยไปจริง แต่ไปกินข้าวกับ เป้-อารักษ์นานแล้ว ปัดหลบหน้า ไอซ์-อภิษฎา ไม่รู้เจนี่คุยหลวง...
เจอข่าวฉาวกับหนุ่มๆ ให้ปวดหัวได้ตลอด สำหรับนักแสดงและดีเจสาว ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ล่าสุดคอลัมนิสต์ดังเขียนข่าวเม้าท์แรงว่า ก้อย พาไฮโซหนุ่ม หลวง-พสุ ลิปตพัลลภ เข้าโรงแรม Ten Face ย่านเพลินจิต แถมยังนัวเนียกันตั้งแต่ลานจอดรถไปจนถึงห้องพัก ประเด็นแรงขนาดนี้ ก้อย เลยต้องรีบเคลียร์ฉาวในงานเปิดตัว "พาสต้า เพอร์เฟคโต้" โดยพิซซ่า ฮัท ที่สยามพารากอน พร้อมทั้งถามเรื่องที่แคนเซิลงานโชว์ตัวคู่กับ ไอซ์-อภิษฎา ไปจนถึงข่าวว่า หลวงเองก็คุยกับนางเอกวิก 3 เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เหมือนกัน
ข่าวว่าก้อยพาหลวงเข้าโรงแรม Ten Face ย่านเพลินจิต? "ไม่ได้อ่านค่ะ ไม่ได้สนใจ แต่มีเพื่อนๆมาบอก ตอนแรกก็ขำ โอ้โห เอาเรื่องเก่ามาเขียนแต่งเป็นเรื่องเป็นตุเป็นตะมากๆ ก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมที่เขียนพาดพิงแบบไม่เป็นความจริง แล้วไม่มีสิทธิ์แก้ข่าว หรือพูดความจริงเลย ถ้าไม่เจอพี่ๆ นักข่าว ก็คงอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร"
แล้วเคยไปโรงแรมนั้นจริงรึเปล่า? "เคยไปทานอาหารค่ะ ตอนนั้นไปกับเป้ (อารักษ์ อมรศุภสิริ) แต่นานแล้ว ตั้งแต่วันเกิดเป้ค่ะ แต่ไม่เคยพาหลวงไปค่ะ ไม่มีค่ะ"
เครียดไหมข่าวแรงขนาดนี้? "เครียดไหม มันเครียดอยู่แล้วค่ะ เพราะตั้งแต่ทำงานมา ก้อยไม่เคยเจอข่าวลักษณะนี้มาก่อนเลยค่ะ รู้สึกว่ามันค่อนข้างแรงพอสมควร มันไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ตั้งแต่เรื่องที่เขาเขียนมา หรือแต่ละคนที่เป็นข่าวด้วย เขาแต่งเรื่องให้สนุกเหมือนนั่งเทียนเขียน คนเหล่านั้นมีตัวตนจริง แต่เรื่องทั้งหมดที่เขียนเข้ามามันไม่ใช่เลย"
จะมีการดำเนินการอะไรไหม? "ก้อยไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่เริ่มรู้สึกเมื่อคนเริ่มพูดขึ้นเยอะเรืื่อยๆ แล้วมีน้องคนนึงเข้าไปคอมเมนต์ใช้ชื่อก้อย ซึ่งขอบคุณมาก คือเขาพยายามแก้ต่างให้เรา แล้วมีคนกดคอมเมนต์ชอบเยอะมาก แต่ไม่ใช่ก้อยอยู่ดีค่ะ เราก็เข้าใจว่าในอินเทอร์เน็ตเป็นที่สาธารณะ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ คนชอบเรา ก็ชอบ คนไม่ชอบเรา อาจจะโจมตี ซึ่งก้อยทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วค่ะ เราเป็นคนสาธารณะ ต้องทำใจกับตรงนี้ อะไรที่เราพูดได้แล้วเป็นความจริง ก็พร้อมที่จะพูดอยู่แล้ว แต่อะไรที่มันไม่ใช่ก็ขอเถอะ หนูตั้งใจทำงานไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ดังนั้นข่าวเสียๆ หายๆ หรือเรื่องความรัก หยุดเล่นได้แล้วค่ะ คือถ้ามีเป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่ ก้อยบอกแน่ๆ ไม่มานั่งปิดหรอก ที่ผ่านมายังไม่มีใครเป็นตัวจริงเลยค่ะ"
ความสัมพันธ์กับหลวงตอนนี้? "เป็นเพื่อนกันค่ะ ไม่ค่อยเจอกัน เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่เมืองไทยค่ะ"
งานโชว์ตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีก้อยกับไอซ์ แต่ก้อยแคนเซิล? "ไม่มีค่ะ ไม่เคยบอกเลยว่าก้อยจะไปค่ะ"
แล้วเขาติดต่อให้ไปร่วมงานไหม? "ก็เป็นเพื่อนของเพื่อนค่ะ เขาก็ชวนไปแค่นั้น แต่เราบอกว่าเราไม่ว่าง เพราะมีงานอีกที่นึง ไม่ได้คอนเฟิร์มว่าจะไปค่ะ"
เป็นเพราะมีไอซ์หรือเปล่าเลยไม่ไป? "ไม่เกี่ยวค่ะ ก้อยไม่ทราบด้วยซ้ำว่าใครไป คืองานนั้นเป็นงาน Grand Opening โชว์รูมของเพื่อน เขาก็ชวนปากเปล่าว่าไปรึเปล่าแค่นั้นเอง"
แต่บางกระแสบอกว่าเป็นเพราะหลวง เลยไม่กล้าเผชิญหน้ากัน? "ไม่เกี่ยวค่ะ ก้อยยังเจอได้ ทำงานได้ ปกติค่ะ ไอซ์เป็นคนน่ารัก อีกอย่างนึงไอซ์รู้อยู่แล้วว่าความจริงเป็นยังไง"
มีข่าวอีกว่าหลวงก็ไปคุยกับเจนี่ด้วย? "อันนั้นไม่ทราบจริงๆ ค่ะ (หัวเราะ) อย่าถามก้อยเลยค่ะ ก้อยไม่รู้จริงๆ ยืนยันค่ะว่า กับหลวงเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ ร้อยเปอร์เซ็นต์"
โอกาสพัฒนากับหลวงมีไหม? "ตอนนี้คงยังค่ะ ทำงานก่อนดีกว่า ไม่อยากตกเป็นเหยื่อหรือเป้าสายตาใครอีกแล้ว"
มีข่าวเยอะ เลยเหนื่อยใจที่จะมีใคร? "มันก็นิดนึงน่ะเนอะ แล้วเราเป็นผู้หญิงด้วย พอมีข่าวแบบนี้ก็สร้างความเสียหายให้เราพอสมควร แล้วเราไม่ใช่คนที่จะต้องออกมาพูดหรืออะไร ยังใช้ชีวิตปกติค่ะ ถามว่ามีเพื่อนผู้ชายมั้ย ก็มี คุยปกติ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า คุยกับใครก็เป็นข่าว หรือบางทีเราไม่ได้คุย ก็เป็นข่าวได้"
กับเป้ ถ้ามีงานจ้างคู่กันจะรับไหม? "อันนี้คงต้องดูตามความเหมาะสมด้วยค่ะ ถามว่าทำได้มั้ยก็ทำได้ค่ะ แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้รับมากกว่า คือไม่อยากให้ใครคิดว่าจับคู่กันออกงาน มันเยอะไปหน่อยค่ะ รอให้ทุกอย่างมันสบายๆ ถ้ามีโอกาสคงได้ร่วมงานกันค่ะ
เจอข่าวฉาวกับหนุ่มๆ ให้ปวดหัวได้ตลอด สำหรับนักแสดงและดีเจสาว ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ล่าสุดคอลัมนิสต์ดังเขียนข่าวเม้าท์แรงว่า ก้อย พาไฮโซหนุ่ม หลวง-พสุ ลิปตพัลลภ เข้าโรงแรม Ten Face ย่านเพลินจิต แถมยังนัวเนียกันตั้งแต่ลานจอดรถไปจนถึงห้องพัก ประเด็นแรงขนาดนี้ ก้อย เลยต้องรีบเคลียร์ฉาวในงานเปิดตัว "พาสต้า เพอร์เฟคโต้" โดยพิซซ่า ฮัท ที่สยามพารากอน พร้อมทั้งถามเรื่องที่แคนเซิลงานโชว์ตัวคู่กับ ไอซ์-อภิษฎา ไปจนถึงข่าวว่า หลวงเองก็คุยกับนางเอกวิก 3 เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เหมือนกัน
ข่าวว่าก้อยพาหลวงเข้าโรงแรม Ten Face ย่านเพลินจิต? "ไม่ได้อ่านค่ะ ไม่ได้สนใจ แต่มีเพื่อนๆมาบอก ตอนแรกก็ขำ โอ้โห เอาเรื่องเก่ามาเขียนแต่งเป็นเรื่องเป็นตุเป็นตะมากๆ ก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมที่เขียนพาดพิงแบบไม่เป็นความจริง แล้วไม่มีสิทธิ์แก้ข่าว หรือพูดความจริงเลย ถ้าไม่เจอพี่ๆ นักข่าว ก็คงอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร"
แล้วเคยไปโรงแรมนั้นจริงรึเปล่า? "เคยไปทานอาหารค่ะ ตอนนั้นไปกับเป้ (อารักษ์ อมรศุภสิริ) แต่นานแล้ว ตั้งแต่วันเกิดเป้ค่ะ แต่ไม่เคยพาหลวงไปค่ะ ไม่มีค่ะ"
เครียดไหมข่าวแรงขนาดนี้? "เครียดไหม มันเครียดอยู่แล้วค่ะ เพราะตั้งแต่ทำงานมา ก้อยไม่เคยเจอข่าวลักษณะนี้มาก่อนเลยค่ะ รู้สึกว่ามันค่อนข้างแรงพอสมควร มันไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ตั้งแต่เรื่องที่เขาเขียนมา หรือแต่ละคนที่เป็นข่าวด้วย เขาแต่งเรื่องให้สนุกเหมือนนั่งเทียนเขียน คนเหล่านั้นมีตัวตนจริง แต่เรื่องทั้งหมดที่เขียนเข้ามามันไม่ใช่เลย"
จะมีการดำเนินการอะไรไหม? "ก้อยไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่เริ่มรู้สึกเมื่อคนเริ่มพูดขึ้นเยอะเรืื่อยๆ แล้วมีน้องคนนึงเข้าไปคอมเมนต์ใช้ชื่อก้อย ซึ่งขอบคุณมาก คือเขาพยายามแก้ต่างให้เรา แล้วมีคนกดคอมเมนต์ชอบเยอะมาก แต่ไม่ใช่ก้อยอยู่ดีค่ะ เราก็เข้าใจว่าในอินเทอร์เน็ตเป็นที่สาธารณะ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ คนชอบเรา ก็ชอบ คนไม่ชอบเรา อาจจะโจมตี ซึ่งก้อยทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วค่ะ เราเป็นคนสาธารณะ ต้องทำใจกับตรงนี้ อะไรที่เราพูดได้แล้วเป็นความจริง ก็พร้อมที่จะพูดอยู่แล้ว แต่อะไรที่มันไม่ใช่ก็ขอเถอะ หนูตั้งใจทำงานไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ดังนั้นข่าวเสียๆ หายๆ หรือเรื่องความรัก หยุดเล่นได้แล้วค่ะ คือถ้ามีเป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่ ก้อยบอกแน่ๆ ไม่มานั่งปิดหรอก ที่ผ่านมายังไม่มีใครเป็นตัวจริงเลยค่ะ"
ความสัมพันธ์กับหลวงตอนนี้? "เป็นเพื่อนกันค่ะ ไม่ค่อยเจอกัน เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่เมืองไทยค่ะ"
งานโชว์ตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีก้อยกับไอซ์ แต่ก้อยแคนเซิล? "ไม่มีค่ะ ไม่เคยบอกเลยว่าก้อยจะไปค่ะ"
แล้วเขาติดต่อให้ไปร่วมงานไหม? "ก็เป็นเพื่อนของเพื่อนค่ะ เขาก็ชวนไปแค่นั้น แต่เราบอกว่าเราไม่ว่าง เพราะมีงานอีกที่นึง ไม่ได้คอนเฟิร์มว่าจะไปค่ะ"
เป็นเพราะมีไอซ์หรือเปล่าเลยไม่ไป? "ไม่เกี่ยวค่ะ ก้อยไม่ทราบด้วยซ้ำว่าใครไป คืองานนั้นเป็นงาน Grand Opening โชว์รูมของเพื่อน เขาก็ชวนปากเปล่าว่าไปรึเปล่าแค่นั้นเอง"
แต่บางกระแสบอกว่าเป็นเพราะหลวง เลยไม่กล้าเผชิญหน้ากัน? "ไม่เกี่ยวค่ะ ก้อยยังเจอได้ ทำงานได้ ปกติค่ะ ไอซ์เป็นคนน่ารัก อีกอย่างนึงไอซ์รู้อยู่แล้วว่าความจริงเป็นยังไง"
มีข่าวอีกว่าหลวงก็ไปคุยกับเจนี่ด้วย? "อันนั้นไม่ทราบจริงๆ ค่ะ (หัวเราะ) อย่าถามก้อยเลยค่ะ ก้อยไม่รู้จริงๆ ยืนยันค่ะว่า กับหลวงเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ ร้อยเปอร์เซ็นต์"
โอกาสพัฒนากับหลวงมีไหม? "ตอนนี้คงยังค่ะ ทำงานก่อนดีกว่า ไม่อยากตกเป็นเหยื่อหรือเป้าสายตาใครอีกแล้ว"
มีข่าวเยอะ เลยเหนื่อยใจที่จะมีใคร? "มันก็นิดนึงน่ะเนอะ แล้วเราเป็นผู้หญิงด้วย พอมีข่าวแบบนี้ก็สร้างความเสียหายให้เราพอสมควร แล้วเราไม่ใช่คนที่จะต้องออกมาพูดหรืออะไร ยังใช้ชีวิตปกติค่ะ ถามว่ามีเพื่อนผู้ชายมั้ย ก็มี คุยปกติ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า คุยกับใครก็เป็นข่าว หรือบางทีเราไม่ได้คุย ก็เป็นข่าวได้"
กับเป้ ถ้ามีงานจ้างคู่กันจะรับไหม? "อันนี้คงต้องดูตามความเหมาะสมด้วยค่ะ ถามว่าทำได้มั้ยก็ทำได้ค่ะ แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้รับมากกว่า คือไม่อยากให้ใครคิดว่าจับคู่กันออกงาน มันเยอะไปหน่อยค่ะ รอให้ทุกอย่างมันสบายๆ ถ้ามีโอกาสคงได้ร่วมงานกันค่ะ
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ไฟไหม้ซาวนาโรงแรมแฟร์เท็กซ์พัทยา
จนท.ควบคุมเพลิงได้แล้ว อยู่ระหว่างระบายควันออกจากอาคาร ไม่มีผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งได้ส่งแขกไปพักโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ คาดเสียหาย 2 ล้านบาท...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา วันนี้ (18 ต.ค.) พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ นามพุทธา พนักงานสอบสวน ( สบ.2 ) สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อาคารโรงแรม แฟร์เท็กซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ โฮเต็ล เลขที่ 179/185-212 ม.5 ถนนพัทยาเหนือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ มีผู้ติดอยู่ในอาคารจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย รถดับเพลิงเมืองพัทยากว่า 10 คน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจากหน่วยงานต่างๆ กว่า 100 นาย โดย มี นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผกก. พ.ต.ท.สุธรรม ชาวศรีทอง รองผู้กำกับการปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ร่วมตรวจสอบเฝ้าดูสถานการณ์ ที่เกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บริเวณชั้นล่างของตัวอาคารส่วนหน้า พบกลุ่มควันลอยพุ่งออกจากตัว อาคารจำนวนมาก และยังพบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ บริเวณห้องซาวนาที่อยู่บริเวณด้านข้าง เคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ นักผจญเพลิงต้องรีบฉีดน้ำสกัดเพลิง และ ระบายควันไฟ ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ขณะที่ นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในโรงแรมกว่า 50 คน ถูกช่วยเหลือออกมาได้ทัน โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่พนักงานประจำโรงแรม ที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พบว่าสำลักควันกว่า 10 คน ทั้งหน่วยกู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางละมุง เพื่อรักษาตัวต่อไป
นายปัญหา ลาภยิ่ง อายุ 27 ปี พนักงานประจำโรงแรมแฟร์เท็กซ์ กล่าวว่า ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ จากนั้นได้มี กลุ่มควัน และ เปลวเพลิง พุ่งออกมาจาก บริเวณ ห้องซาวน่า ซึ่งอยู่ข้าง เคาน์เตอร์ต้อนรับ โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และ กลุ่มควันกระจายไปทั่วตัวอาคารของโรงแรม จึงรีบแจ้งหน่วยดับเพลิง พร้อมทั้ง ระบายแขกที่พักอยู่ในโรงแรมออกจากอาคาร ด้าน นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา กล่าวหลังเดินทางเข้ามาดูที่เกิดเหตุว่า จากที่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รายงานว่ากลุ่มควันเกิดจากส่วนออกกำลังกายที่อยู่ด้านขวาของล็อบบี้ ชั้น 1 ที่น่าจะลอยมาจากห้องซาวนา โดยขณะนั้นมีผู้ใช้บริการห้องออกำลังกายประมาณ 20 คน แต่ทุกคนไม่ได้รับอันตราย เพราะเมื่อเห็นกลุ่มควันต่างก็ทะยอยเดินออกมาจากโรงแรม อีกทั้งช่วงที่เกิดเหตุเป็นเวลาหัวค่ำ แขกที่มาพักส่วนมากออกไปเที่ยวข้างนอก จึงไม่ค่อยมีคนอยู่ภายในโรงแรมมากเท่าใด
นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองพัทยา ได้เข้าไปถึงจุดต้นเพลิงแล้วและได้เข้าควบคุมเพลิงเรียบร้อย ขณะนี้กำลังระบายควันไฟที่ยังลอยอยู่ภายในโรงแรมออกด้านนอก คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงจะเข้าไปตรวจสอบความเสียหายภายในโรงแรมได้ ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ มีแต่เพียงมีผู้ที่สำลักควันไฟประมาณ 2 ราย เป็นเด็กชายและหญิงที่พักอยู่บริเวณชั้น 3 แต่ทุกคนปลอดภัยหมด
นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามทางโรงแรมได้ดำเนินการส่งต่อแขกที่มาพัก ไปยังโรงแรมบริเวณใกล้เคียงแทน เพราะไม่มันใจในความปลอดภัย อีกทั้งโรงแรมได้ตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมดแล้วเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องมีการประสานไปยังแขกที่มาพักที่ออกไปข้างนอกว่า ทางโรงแรมจะให้ไปพักที่อื่นเป็นการชั่วคราวจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ โรงแรม แฟร์เท็กซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ โฮเต็ล เป็นของ นายบรรจง บุษราคัมวงษ์ นักธุรกิจค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ ชื่อดัง และ เป็นพ่อ ของ นายเปรม บุษราคัมวงษ์ โดยโรงแรมดังกล่าว เป็น โรงแรมระดับ 5 ดาว มีสิ่งอำนวยที่ได้มาตรฐาน อันดับต้นของเมืองพัทยา ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุในครั้งนี้ ทางตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุแน่ชัด โดยต้องรอเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนความเสียหายคาดว่ามูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา วันนี้ (18 ต.ค.) พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ นามพุทธา พนักงานสอบสวน ( สบ.2 ) สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อาคารโรงแรม แฟร์เท็กซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ โฮเต็ล เลขที่ 179/185-212 ม.5 ถนนพัทยาเหนือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ มีผู้ติดอยู่ในอาคารจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย รถดับเพลิงเมืองพัทยากว่า 10 คน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจากหน่วยงานต่างๆ กว่า 100 นาย โดย มี นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผกก. พ.ต.ท.สุธรรม ชาวศรีทอง รองผู้กำกับการปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ร่วมตรวจสอบเฝ้าดูสถานการณ์ ที่เกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บริเวณชั้นล่างของตัวอาคารส่วนหน้า พบกลุ่มควันลอยพุ่งออกจากตัว อาคารจำนวนมาก และยังพบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ บริเวณห้องซาวนาที่อยู่บริเวณด้านข้าง เคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ นักผจญเพลิงต้องรีบฉีดน้ำสกัดเพลิง และ ระบายควันไฟ ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ขณะที่ นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในโรงแรมกว่า 50 คน ถูกช่วยเหลือออกมาได้ทัน โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่พนักงานประจำโรงแรม ที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พบว่าสำลักควันกว่า 10 คน ทั้งหน่วยกู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางละมุง เพื่อรักษาตัวต่อไป
นายปัญหา ลาภยิ่ง อายุ 27 ปี พนักงานประจำโรงแรมแฟร์เท็กซ์ กล่าวว่า ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ จากนั้นได้มี กลุ่มควัน และ เปลวเพลิง พุ่งออกมาจาก บริเวณ ห้องซาวน่า ซึ่งอยู่ข้าง เคาน์เตอร์ต้อนรับ โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และ กลุ่มควันกระจายไปทั่วตัวอาคารของโรงแรม จึงรีบแจ้งหน่วยดับเพลิง พร้อมทั้ง ระบายแขกที่พักอยู่ในโรงแรมออกจากอาคาร ด้าน นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา กล่าวหลังเดินทางเข้ามาดูที่เกิดเหตุว่า จากที่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รายงานว่ากลุ่มควันเกิดจากส่วนออกกำลังกายที่อยู่ด้านขวาของล็อบบี้ ชั้น 1 ที่น่าจะลอยมาจากห้องซาวนา โดยขณะนั้นมีผู้ใช้บริการห้องออกำลังกายประมาณ 20 คน แต่ทุกคนไม่ได้รับอันตราย เพราะเมื่อเห็นกลุ่มควันต่างก็ทะยอยเดินออกมาจากโรงแรม อีกทั้งช่วงที่เกิดเหตุเป็นเวลาหัวค่ำ แขกที่มาพักส่วนมากออกไปเที่ยวข้างนอก จึงไม่ค่อยมีคนอยู่ภายในโรงแรมมากเท่าใด
นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองพัทยา ได้เข้าไปถึงจุดต้นเพลิงแล้วและได้เข้าควบคุมเพลิงเรียบร้อย ขณะนี้กำลังระบายควันไฟที่ยังลอยอยู่ภายในโรงแรมออกด้านนอก คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงจะเข้าไปตรวจสอบความเสียหายภายในโรงแรมได้ ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ มีแต่เพียงมีผู้ที่สำลักควันไฟประมาณ 2 ราย เป็นเด็กชายและหญิงที่พักอยู่บริเวณชั้น 3 แต่ทุกคนปลอดภัยหมด
นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามทางโรงแรมได้ดำเนินการส่งต่อแขกที่มาพัก ไปยังโรงแรมบริเวณใกล้เคียงแทน เพราะไม่มันใจในความปลอดภัย อีกทั้งโรงแรมได้ตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมดแล้วเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องมีการประสานไปยังแขกที่มาพักที่ออกไปข้างนอกว่า ทางโรงแรมจะให้ไปพักที่อื่นเป็นการชั่วคราวจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ โรงแรม แฟร์เท็กซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ โฮเต็ล เป็นของ นายบรรจง บุษราคัมวงษ์ นักธุรกิจค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ ชื่อดัง และ เป็นพ่อ ของ นายเปรม บุษราคัมวงษ์ โดยโรงแรมดังกล่าว เป็น โรงแรมระดับ 5 ดาว มีสิ่งอำนวยที่ได้มาตรฐาน อันดับต้นของเมืองพัทยา ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุในครั้งนี้ ทางตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุแน่ชัด โดยต้องรอเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนความเสียหายคาดว่ามูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
มาเลย์บ่นอุบถูก'โรงแรมรังนก' รบกวน-ทำสกปรก
ชาวมาเลย์บ่นอุบ!! โมเตลรังนกสร้างความรบกวน และสิ่งสกปรกอย่างมาก อาจเป็นพาหะของโรคอีก ขณะที่ความต้องการรังนกทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 5.7 พันล้านดอลลาร์ ...
กรณีมีคนนำตึกเก่าและใหม่มาทำเป็นโมเตลหรือโรงแรม "รังนก" นับพันๆแห่งทั่วมาเลเซียเพื่อหลอกล่อฝูงนกนางแอ่นเข้ามาอยู่ทำรังแทนทำรัง เฉพาะในถ้ำตามธรรมชาติ เพื่อว่าเจ้าของโมเตลจะเก็บรังนกไปขายเพื่อทำซุปรังนก เมนูอาหารจีนราคาแพงและเป็นที่นิยมอย่างมากในฮ่องกง จีนและไต้หวัน เพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ยาโป๊เสริมพลังทางเพศและสรรพคุณอื่นๆ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6ส.ค. ข่าว ระบุว่า เมื่อธุรกิจบูมมากๆ ทำให้ผู้อยู่อาศัยและธุรกิจอื่นๆใกล้เคียง เริ่มมีเสียงบ่นไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ เจอทั้งเสียงรบกวนจากลำโพงที่เปิดเสียงเรียกนกเข้ามาทำรังและปัญหามูลนก ถ่ายเรี่ยราดจนอาจเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคร้าย นายเคนเนธ คู จากกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีรัฐปีนังทางเหนือมาเลย์ เผยว่าปัจจุบัน การค้ารังนกดิบทั่วโลกมีมูลค่ารวม 5,700 ล้านดอลลาร์ โดยมีอินโดนีเซียเป็นเจ้าธุรกิจในภูมิภาค ครองตลาดมากถึง 70% ทั้งจากแหล่งในถ้ำและฟาร์ม ส่วนผู้ผลิตสำคัญรองลงมาคือไทยและมาเลเซีย เฉพาะมาเลเซีย นายคู คาดว่า มีฟาร์มรังนกอย่างน้อย 35,000 แห่ง แต่ได้รับอนุญาตถูกต้องมีเพียง 4,500 แห่ง
นายคู กล่าวด้วยว่า การทำธุรกิจรังนก ยังถูกกล่าวหาว่าทำทารุณสัตว์ด้วย เมื่อมีการลือกันว่าช่วงราคาพุ่งสูง เจ้าของฟาร์มบางคนถึงกับจับลูกนกและไข่ที่เป็นตัวทิ้ง เก็บเอาเฉพาะรังที่นกสร้างจากน้ำลาย ขณะที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้รัฐบาลมาเลย์ สั่งห้ามการทำฟาร์มรังนกอย่างเด็ดขาด
กรณีมีคนนำตึกเก่าและใหม่มาทำเป็นโมเตลหรือโรงแรม "รังนก" นับพันๆแห่งทั่วมาเลเซียเพื่อหลอกล่อฝูงนกนางแอ่นเข้ามาอยู่ทำรังแทนทำรัง เฉพาะในถ้ำตามธรรมชาติ เพื่อว่าเจ้าของโมเตลจะเก็บรังนกไปขายเพื่อทำซุปรังนก เมนูอาหารจีนราคาแพงและเป็นที่นิยมอย่างมากในฮ่องกง จีนและไต้หวัน เพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ยาโป๊เสริมพลังทางเพศและสรรพคุณอื่นๆ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6ส.ค. ข่าว ระบุว่า เมื่อธุรกิจบูมมากๆ ทำให้ผู้อยู่อาศัยและธุรกิจอื่นๆใกล้เคียง เริ่มมีเสียงบ่นไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ เจอทั้งเสียงรบกวนจากลำโพงที่เปิดเสียงเรียกนกเข้ามาทำรังและปัญหามูลนก ถ่ายเรี่ยราดจนอาจเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคร้าย นายเคนเนธ คู จากกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีรัฐปีนังทางเหนือมาเลย์ เผยว่าปัจจุบัน การค้ารังนกดิบทั่วโลกมีมูลค่ารวม 5,700 ล้านดอลลาร์ โดยมีอินโดนีเซียเป็นเจ้าธุรกิจในภูมิภาค ครองตลาดมากถึง 70% ทั้งจากแหล่งในถ้ำและฟาร์ม ส่วนผู้ผลิตสำคัญรองลงมาคือไทยและมาเลเซีย เฉพาะมาเลเซีย นายคู คาดว่า มีฟาร์มรังนกอย่างน้อย 35,000 แห่ง แต่ได้รับอนุญาตถูกต้องมีเพียง 4,500 แห่ง
นายคู กล่าวด้วยว่า การทำธุรกิจรังนก ยังถูกกล่าวหาว่าทำทารุณสัตว์ด้วย เมื่อมีการลือกันว่าช่วงราคาพุ่งสูง เจ้าของฟาร์มบางคนถึงกับจับลูกนกและไข่ที่เป็นตัวทิ้ง เก็บเอาเฉพาะรังที่นกสร้างจากน้ำลาย ขณะที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้รัฐบาลมาเลย์ สั่งห้ามการทำฟาร์มรังนกอย่างเด็ดขาด
นักท่องเที่ยวหนี คืนห้องพัก ธุรกิจโรงแรมพัง
แดงป่วน! ธุรกิจโรงแรมย่านแยกราชประสงค์พังยับ นักท่องเที่ยวทยอยคืนห้องพักเกรงไม่ปลอดภัย ผจก.เซ็นทารา แกรนด์ เผยมียอดยกเลิกห้องพักไปแล้ว20% ขณะที่ รร.อโนมาระบุนักท่องเที่ยวขอเปลี่ยนห้องพัก เพราะเสียงปราศรัยดัง...
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 4 เม.ย. บรรยากาศการชุมนุมช่วงบ่าย ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่บริเวณเวทีชั่วคราวแยกราชประสงค์ยังคงกลุ่มคนเสื้อแดงผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
ส่วนพื้นที่รอบบริเวณ มีการนำเสื้อผ้า, ผ้าโพกหัว และตีนตบ มาจำหน่าย เรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ได้มีการนำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง พร้อมกลุ่มสาวๆ หน้าตาดีร่วมร้องเพลงและเต้นตามจังหวะเรียกความสนใจได้อย่างมาก ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้น
ขณะที่บางส่วนหลบร้อนเข้าไปภายในวัดปทุมวนาราม เพื่อนอนพักผ่อนตามเต็นท์ และร่วมทำบุญ บางส่วนเดินลึกเขัาไปภายในศาลาปฏิบัติธรรมซึ่งมีประชาชนมาปฏิบัติ แล้วนั่งจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลส่งเสียงดังรบกวนไปทั่วบริเวณ
นอกจากนี้ ในส่วนของนักท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบเดือดร้อนไม่แพ้กัน โดยมีนักท่องเที่ยวหลายราย ที่มีความจำเป็นต้องเข้าพักโรงแรมย่านดังกล่าว ต้องลงทุนซื้อเสื้อยืดสีแดงที่มีขายบริเวณที่ชุมนุมสวมใส่เพื่อความปลอดภัย แล้วรีบลากกระเป๋าอย่างทุลักทุเล เข้าโรงแรม
จากการสอบถาม น.ส.อมลยา ปัญจทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายขาย โรงแรมโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพ กล่าวว่า เหตุการณ์ช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักไปแล้ว 20% โดยตลอดวันนี้ นักท่องเที่ยวไม่แน่ใจในความปลอดภัยต่างทยอยเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะช่วงนี้เป็นเทศกาลอีสเตอร์ของฝรั่ง นิยมเดินทางมาเมืองไทย ก็ต้องยกเลิกการจองห้องพัก อีกทั้งสัปดาห์หน้ามีกรุ๊ปสัมมนาด้านการแพทย์นานาชาติ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะถูกยกเลิกหรือไม่ อย่างไรก็ดี ทราบว่า กรุ๊ปสัมมนาหลายกรุ๊ปย้ายหนีไปจัดงานที่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง กันหมดแล้ว
ด้านนายณรงศักดิ์ สุทธิสมบูรณ์ ผู้จัดการรอบ โรงแรม อโนมา บางกอก กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้ชาวต่างชาติยกเลิกห้องพักไปประมาณ 30% เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย เนื่องจากโรงแรมอยู่ใกล้สถานที่ชุมนุม ส่วนแขกที่พักอยู่ก็เริ่มทยอยเช็คเอาท์ออกบ้างแล้ว แขกบางรายก็ร้องขอเปลี่ยนห้องพัก เนื่องจากห้องพักที่อยู่ติดถนนมีเสียงดังจากเวทีปราศัยตลอดทั้งวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 4 เม.ย. บรรยากาศการชุมนุมช่วงบ่าย ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่บริเวณเวทีชั่วคราวแยกราชประสงค์ยังคงกลุ่มคนเสื้อแดงผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
ส่วนพื้นที่รอบบริเวณ มีการนำเสื้อผ้า, ผ้าโพกหัว และตีนตบ มาจำหน่าย เรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ได้มีการนำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง พร้อมกลุ่มสาวๆ หน้าตาดีร่วมร้องเพลงและเต้นตามจังหวะเรียกความสนใจได้อย่างมาก ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้น
ขณะที่บางส่วนหลบร้อนเข้าไปภายในวัดปทุมวนาราม เพื่อนอนพักผ่อนตามเต็นท์ และร่วมทำบุญ บางส่วนเดินลึกเขัาไปภายในศาลาปฏิบัติธรรมซึ่งมีประชาชนมาปฏิบัติ แล้วนั่งจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลส่งเสียงดังรบกวนไปทั่วบริเวณ
นอกจากนี้ ในส่วนของนักท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบเดือดร้อนไม่แพ้กัน โดยมีนักท่องเที่ยวหลายราย ที่มีความจำเป็นต้องเข้าพักโรงแรมย่านดังกล่าว ต้องลงทุนซื้อเสื้อยืดสีแดงที่มีขายบริเวณที่ชุมนุมสวมใส่เพื่อความปลอดภัย แล้วรีบลากกระเป๋าอย่างทุลักทุเล เข้าโรงแรม
จากการสอบถาม น.ส.อมลยา ปัญจทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายขาย โรงแรมโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพ กล่าวว่า เหตุการณ์ช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักไปแล้ว 20% โดยตลอดวันนี้ นักท่องเที่ยวไม่แน่ใจในความปลอดภัยต่างทยอยเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะช่วงนี้เป็นเทศกาลอีสเตอร์ของฝรั่ง นิยมเดินทางมาเมืองไทย ก็ต้องยกเลิกการจองห้องพัก อีกทั้งสัปดาห์หน้ามีกรุ๊ปสัมมนาด้านการแพทย์นานาชาติ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะถูกยกเลิกหรือไม่ อย่างไรก็ดี ทราบว่า กรุ๊ปสัมมนาหลายกรุ๊ปย้ายหนีไปจัดงานที่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง กันหมดแล้ว
ด้านนายณรงศักดิ์ สุทธิสมบูรณ์ ผู้จัดการรอบ โรงแรม อโนมา บางกอก กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้ชาวต่างชาติยกเลิกห้องพักไปประมาณ 30% เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย เนื่องจากโรงแรมอยู่ใกล้สถานที่ชุมนุม ส่วนแขกที่พักอยู่ก็เริ่มทยอยเช็คเอาท์ออกบ้างแล้ว แขกบางรายก็ร้องขอเปลี่ยนห้องพัก เนื่องจากห้องพักที่อยู่ติดถนนมีเสียงดังจากเวทีปราศัยตลอดทั้งวัน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)